บริการขนส่ง
บริการส่งของจากไทยไปต่างประเทศ
สะดวก ประหยัด คุ้มค่า
บริการครบ จบในที่เดียว
[ตรวจสอบค่าส่ง]
ทำไมต้องเลือกเรา
พันธมิตรขนส่งระดับสากล เชื่อถือได้
MADD เป็นจุดให้บริการรับส่งพัสดุอย่างเป็นทางการของ UPS (UPS Authorized Shipping Outlet) และยังให้บริการขนส่งผ่าน DHL และ Sagawa Express สำหรับประเทศญี่ปุ่น
ประสบการณ์มากกว่า 27 ปี
ให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 มีความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งระหว่างประเทศจากประเทศไทย ดูแลลูกค้า SME ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจ E-Commerce ผู้ส่งออก และบุคคลทั่วไป พร้อมบริหารจัดการพัสดุทั้งส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุ้มค่าด้วยราคาที่โปร่งใส
ราคาขนส่งคุ้มค่าและชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ช่วยให้คุณควบคุมต้นทุนและวางแผนการส่งของได้มั่นใจขึ้น
ดูแลมากกว่าการส่ง
เราช่วยดูแลงานที่นอกเหนือจากการจัดส่ง ตั้งแต่รับสินค้าจากผู้ขายในประเทศไทย ตรวจสอบสินค้า รวมสินค้า แพ็คสินค้า จัดเตรียมเอกสาร และประสานงานการจัดส่ง
เป็นพาร์ทเนอร์ช่วยดูแล Supplier หลายรายให้ลูกค้า
ช่วยประสานงานรับสินค้าและรวมสินค้าจาก Supplier หลายรายในประเทศไทย ตั้งแต่รวบรวมสินค้า แพ็ค และจัดส่งไปต่างประเทศ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างใส่ใจและรอบคอบ
จุดแข็งของเรา
บริการเป็นเลิศด้วยทีมงานมืออาชีพ
ทีมงานของเราช่วยกันดูแลและรับผิดชอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมจนถึงปลายทาง ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ใจรักการบริการ และใส่ใจในรายละเอียด สื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น พร้อมประสานงานกับ UPS, DHL และ Sagawa Express ในประเทศไทย เพื่อให้การจัดส่งเป็นไปอย่างราบรื่น
เชี่ยวชาญการดูแลกลุ่มลูกค้า SME
ให้บริการกลุ่มธุรกิจ SME ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ส่งออก ทั้งลูกค้าในประเทศไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่รับสินค้า ตรวจสอบจำนวนและสภาพสินค้า รวบรวมสินค้าจาก Supplier หลายรายของลูกค้าในประเทศไทย ถ่ายภาพและจัดทำรายงาน แพ็คสินค้า จัดเตรียมเอกสาร ประสานงานการส่งออก และติดตามสินค้าจนถึงปลายทาง
บริหารการจัดส่งสำหรับ E-Commerce
บริหารและจัดการจัดส่งสินค้าจากประเทศไทยสำหรับร้านค้าออนไลน์และผู้ซื้อในต่างประเทศ ตั้งแต่การเตรียมสินค้า แพ็คสินค้า จัดเตรียมเอกสาร ประสานงานการส่งออก และจัดส่งจนถึงปลายทาง
จัดส่งยืดหยุ่น ตอบโจทย์แต่ละบุคคล
บริการจัดส่งที่ยืดหยุ่นสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจากที่บ้าน นักท่องเที่ยว และผู้ที่กำลังย้ายไปอยู่ต่างประเทศ พร้อมช่วยออกแบบการจัดส่งให้เหมาะกับแต่ละความต้องการ เพื่อให้การส่งของไปต่างประเทศง่ายและประหยัดค่าใช้จ่าย
บริการของเรา
ส่งพัสดุต่างประเทศ
UPS, DHL และ SAGAWA Express
บริการสำหรับเอกสาร สิ่งของส่วนตัว และสินค้าเชิงพาณิชย์ อ่านต่อ…
พัสดุภายในประเทศ
DHL eCommerce & EMS Thailand Post
บริการจัดส่งทั่วประเทศ รวดเร็ว พร้อมระบบติดตามสถานะ อ่านต่อ…
บริการฟรี
(สำหรับพัสดุต่างประเทศ)
กล่องมาตรฐาน ฟรี !!
รับพัสดุ ฟรี !!
แพ็คสินค้า ฟรี !! อ่านต่อ…
พื้นที่จัดเก็บสินค้า ฟรี
บริการรับฝากสินค้าฟรี สำหรับลูกค้าที่จัดส่งกับเรา ให้ลูกค้ามีเวลารวบรวมสินค้าและเตรียมพัสดุได้สะดวกขึ้น อ่านต่อ…
รีวิวจากลูกค้า
พันธมิตรทางธุรกิจ
คำถามที่พบบ่อย
บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ (International Courier Service)
คือบริการจัดส่งพัสดุแบบเร่งด่วน
ที่ช่วยให้การส่งของจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย
และถึงมือผู้รับ (Door-to-Door) ผ่านผู้ให้บริการขนส่งระดับสากล เช่น UPS และ DHL
บริการนี้ใช้การขนส่งทางอากาศ (Air Express) เพื่อให้ถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมระบบติดตามสถานะ (Tracking) แบบเรียลไทม์ในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
เหมาะสำหรับ:
• พัสดุขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
• สินค้าน้ำหนักเบา
• การจัดส่งในปริมาณไม่มาก
• การจัดส่งระหว่างประเทศแบบเร่งด่วน
สามารถใช้ส่ง:
• ของใช้ส่วนตัว
• เอกสารสำคัญ
• ของขวัญและของฝาก
• สินค้าอีคอมเมิร์ซ
• ออเดอร์จากร้านค้าออนไลน์
พัสดุทุกชิ้นสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของการจัดส่งได้ตลอดเวลา จนกว่าพัสดุจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัย
ไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก ก็สามารถใช้บริการได้ทันที !!
ลูกค้าที่ส่งในนามบุคคลธรรมดา สามารถดำเนินการได้ทันที เพียงแสดงเอกสารยืนยันตัวตน
เช่นบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (Passport) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบรายละเอียดสินค้า จำนวน และน้ำหนัก หากเป็นสินค้าที่สามารถจัดส่งได้
เราจะดูแลให้ทุกขั้นตอน ได้แก่
• จัดทำใบ Air Waybill
• แพ็คสินค้าลงกล่องให้เหมาะสมกับการขนส่งระหว่างประเทศ
• แนะนำการเขียนใบแสดงรายละเอียดสินค้าตามจริงแบบถูกต้องและไม่ติดศุลกากร
เมื่อเรียบร้อยพัสดุจะถูกส่งผ่านเครือข่ายขนส่งของ UPS หรือ DHLและสามารถติดตามสถานะได้ตลอดเส้นทางจนถึงผู้รับปลายทาง
เพื่อให้พัสดุผ่านศุลกากรและถึงปลายทางได้รวดเร็ว ควรเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนส่ง
เอกสารผู้ส่ง
• บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง
ข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ
• ชื่อ–นามสกุล
• ที่อยู่เต็ม (ภาษาอังกฤษ)
• รหัสไปรษณีย์ (สำคัญมาก)
• เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ทั้งสองฝ่าย
ข้อมูลที่ถูกต้องจะทำให้การส่งผ่านระบบของ UPS หรือ DHL เป็นไปอย่างราบรื่น และ
ช่วยลดโอกาสพัสดุติดศุลกากร ตีกลับ หรือจัดส่งล่าช้า
การคำนวณค่าขนส่งระหว่างประเทศของ UPS และ DHL จะไม่ได้ดูแค่น้ำหนักที่ชั่งได้อย่างเดียว
แต่จะเปรียบเทียบ 2 ค่าน้ำหนัก แล้วใช้ค่าที่มากกว่าในการคิดราคา
1) น้ำหนักจริง (Actual Weight)
คือน้ำหนักของสินค้า + กล่อง ที่ชั่งได้จริง
2) น้ำหนักตามปริมาตร (Volumetric Weight)
คือการคำนวณจากขนาดกล่อง ตามสูตร: กว้าง × ยาว × สูง ÷ 5000
(หน่วยเป็นเซนติเมตร)
สรุป
ค่าขนส่งจะยึดตาม “น้ำหนักที่มากกว่า” ระหว่าง
• น้ำหนักจริง
• น้ำหนักปริมาตร
ดังนั้น กล่องใหญ่แต่น้ำหนักเบา อาจค่าขนส่งสูงกว่าที่คิด
เพราะสายการบินคิดพื้นที่บนเครื่องบิน ไม่ได้คิดแค่น้ำหนักอย่างเดียว
พัสดุที่เป็น สินค้าลอกเลียนแบบ หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
โดยทั่วไปไม่สามารถส่งออกและมีความเสียงสูงที่จะถูกปฏิเสธการขนส่งหรือถูกดำเนินการตามกฏหมาย ไม่ว่าจะส่งผ่าน UPS หรือ DHL หากตรวจพบในขั้นตอนตรวจสอบ ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ปฏิเสธการขนส่ง และอาจถูกดำเนินการตามกฎหมายศุลกากรของประเทศต้นทางหรือปลายทางได้ เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ส่งเฉพาะสินค้าของแท้หรือสินค้าที่ไม่มีข้อจำกัดด้านทรัพย์สินทางปัญญา
พัสดุอาจถูกสุ่มตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ตามข้อกำหนดของสายการบิน ศุลกากร
และมาตรฐานของผู้ให้บริการ หากมีการเปิดตรวจ จะดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่สินค้าต้องห้าม และจะจัดแพ็คกลับให้เรียบร้อยก่อนส่งต่อ ขั้นตอนนี้ช่วยลดความเสี่ยงพัสดุถูกตีกลับ ถูกยึด หรือถูกปฏิเสธโดยผู้ให้บริการ ทำให้พัสดุเดินทางได้ราบรื่นและถึงปลายทางได้รวดเร็ว
ลูกค้าหลายคนตกใจเมื่อผู้รับต้องจ่ายภาษีสูง ทั้งที่ค่าส่งไม่แพง ความจริงคือ ภาษีปลายทาง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศผู้รับ
ศุลกากรจะคำนวณจาก
มูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง (บางประเทศรวมประกัน)
บางประเทศคิด VAT + Import Duty พร้อมกัน
บางประเทศยกเว้นต่ำกว่าเกณฑ์
บางประเทศเก็บแทบทุกชิ้น
สิ่งที่ควรแจ้งลูกค้าก่อนส่ง
• ผู้รับอาจต้องชำระภาษีปลายทาง
• แต่ละประเทศไม่เท่ากัน
• ผู้ส่งไม่สามารถกำหนดภาษีแทนได้
การแจ้งล่วงหน้าช่วยลดปัญหาผู้รับปฏิเสธรับของมากที่สุด
ศุลกากรมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้า
พัสดุมักติดศุลกากรเพราะ
• ระบุชื่อสินค้าไม่ชัดเจน เช่น gift, sample, accessory, cloth เพราะไม่สามารถคำนวณภาษีได้
• ไม่ระบุวัสดุหรือการใช้งาน
• มูลค่าสินค้าไม่สมเหตุสมผล
• ประเทศปลายทางต้องการเอกสารเพิ่มเติม
• สินค้าเป็นของควบคุม
การตรวจสอบเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่การสุ่มโดยไม่มีเหตุผล
ตัวอย่างที่ถูกต้อง
• clothes ❌
• 100% cotton for men ✔
• cosmetic ❌
• face moisturizer cream 50ml ✔
ยิ่งชัด = ผ่านเร็ว
ยิ่งกว้าง = โดนเปิด
การกรอกข้อมูลถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้พัสดุผ่านเร็วกว่าเลือกขนส่งแพงกว่าเสียอีก
ไม่ใช่เพราะกล่องใหญ่ ไม่ใช่เพราะน้ำหนักมาก แต่คือข้อมูลไม่ชัดหรือไม่ครบถ้วน
ศุลกากรสหรัฐจะไม่คาดเดาสินค้า หากไม่มั่นใจ จะหยุดและเปิดตรวจทันที
ทำไมพัสดุถึงติดศุลกากร
• ศุลกากรของหลายประเทศ จะไม่คาดเดาสินค้าในพัสดุ
• หากข้อมูล ไม่ชัดเจนหรือคลุมเครือ พัสดุอาจถูก หยุด ตรวจสอบ หรือเปิดกล่อง
• ยิ่งอธิบายชัด พัสดุยิ่งเดินทางต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดกล่อง เคล็ดลับส่งของต่างประเทศให้เร็วที่สุด
• ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พัสดุผ่านศุลกากรได้เร็ว คือการระบุข้อมูลสินค้าให้ชัดเจน ถูกต้อง และละเอียด
• ยิ่งคำอธิบายชัดเจน พัสดุก็จะเดินทางต่อได้ทันที
ไม่ใช่ดวง และไม่ใช่การสุ่ม แต่คือ “กฎหมายแต่ละประเทศปลายทาง”
ปัจจัยที่ใช้ตัดสิน
• ประเภทสินค้า (HS Code)
• มูลค่า
• ประเทศปลายทาง
• วัตถุประสงค์ (ใช้ส่วนตัว / ขาย)
ดังนั้นส่งของเหมือนกัน คนละประเทศ ภาษีต่างกัน
ปัจจัยที่กำหนดภาษีนำเข้า
• ประเภทสินค้า (HS Code)
• มูลค่าสินค้าที่ระบุในใบแจ้งราคา
• ประเทศปลายทาง
• วัตถุประสงค์การส่ง (ใช้ส่วนตัว หรือ ขาย/เชิงพาณิชย์)
การส่งสินค้าชนิดเดียวกันไปยังประเทศต่างกัน อาจทำให้ เสียภาษีแตกต่างกัน
ตามกฎของแต่ละประเทศ
ข้อควรรู้สำหรับผู้ส่งออก
• ศึกษา กฎและข้อกำหนดการนำเข้าของประเทศปลายทาง ก่อนส่งทุกครั้ง
• ระบุ HS Code, คำอธิบายสินค้า และมูลค่าสินค้า ให้ชัดเจน
• แจ้งผู้รับล่วงหน้าเกี่ยวกับ ภาษีและค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวล่วงหน้า ช่วยลดความล่าช้า และลดโอกาสที่ผู้รับปฏิเสธรับพัสดุ
หลายคนมักคิดว่า การแบ่งสินค้าใส่หลายกล่องเล็กจะช่วยประหยัดค่าขนส่งระหว่างประเทศแต่ความจริงแล้ว ในหลายกรณี การรวมสินค้าในกล่องเดียวอาจคุ้มค่ากว่า
ทำความเข้าใจเรื่องค่าขนส่ง
ค่าขนส่งแบบ Express จะคำนวณตาม น้ำหนักจริง และ น้ำหนักปริมาตรซึ่งแต่ละกล่องจะถูกคิดแยกกัน
ดังนั้น การส่งหลายกล่องเล็กอาจมีต้นทุนรวมสูงกว่าการรวมสินค้าในกล่องเดียวเพราะมีการคิดค่าขนส่งตามจำนวนกล่อง การรวมกล่องจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้
เรื่องภาษีและศุลกากร
• ภาษีและค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับ
• มูลค่าสินค้า
• ประเภทสินค้า (HS Code)
• กฎระเบียบของประเทศปลายทาง
หลายประเทศประเมินภาษีตาม มูลค่ารวมของ shipment ไม่ใช่ต่อกล่อง
ดังนั้น การแยกกล่อง ไม่ได้ช่วยลดภาษีเสมอไป และอาจซับซ้อนขึ้นในกระบวนการศุลกากร
ข้อจำกัดเฉพาะประเทศ
• บางประเทศอาจมีข้อกำหนด เช่น
• มูลค่าสูงสุดต่อกล่อง
• น้ำหนักสูงสุดต่อกล่อง
• กฎสำหรับสินค้าบางประเภท
การไม่ตรวจสอบข้อจำกัดเหล่านี้ อาจทำให้เกิดความล่าช้า หรือค่าปรับเพิ่มเติม
ข้อคิดสำคัญ
ประหยัดค่าส่ง: รวมสินค้าเป็นกล่องเดียวมักคุ้มกว่า
วางแผนภาษี: ควรตรวจสอบกฎของประเทศปลายทางก่อน
การตัดสินใจจัดส่งโดยคำนึงทั้ง ค่าใช้จ่ายและกฎระเบียบ จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลา
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านขนส่งระหว่างประเทศ
เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้การจัดส่งปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด
Eng





































