TEL. 02 629 4441-2
Email : customerservice@madd.co.th
Line ID : madd.co.th
Mobile: 081-838 3226, 098-269 4441
|
เกร็ดความรู้ นานาสาระ |
ในการส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยใช้บริการผ่านตัวแทนผู้ให้บริการ ส่งอย่างไรไม่ให้ถูกหลอกจากมิจฉาชีพที่อาจเข้ามาสวมรอย
3 หลักปฏิบัติง่ายๆ ในการส่งของไปต่างประเทศไปกับ UPS DHL ให้ถึงมือผู้รับโดยไม่มีปัญหา
1. ตัวสินค้า ต้องไม่เป็นสินค้าห้ามส่ง
2. การแพ็คของ ต้องแพ็คอย่างดี กล่องอยู่ในสภาพแข็งแรง ขนาดกล่องต้องไม่เกินตามที่ UPS DHL กำหนด ถ้าเป็นสินค้าแตกหักง่าย ต้องใช้วัสดุหีบห่อเสริม เช่น พลาสติกกันกระแทก โฟม หรือ การตีลังไม้ เพื่อป้องกันสินค้าเสียหาย
3. การเขียนรายการสินค้าลงในใบแสดงรายการสินค้า (Invoice) ต้องลงรายละเอียดประเภทของสินค้า ทำด้วยอะไร ผลิตที่ไหน มูลค่าของสินค้าต่อชิ้น และจำนวนสินค้า ให้ถูกต้องชัดเจนและเป็นข้อเท็จจริง
ในการส่งของไปต่างประเทศ ให้ผู้เริ่มธุรกิจพิจารณา ดังนี้
1. เช็คสินค้า เช็คให้แน่นอนว่าของที่จะส่งเป็นสินค้าที่มีข้อกำหนดห้ามส่งไปที่ประเทศปลายทางหรือเปล่า
2. แพ็คสินค้า จัดเรียงสินค้าลงกล่องอย่างดี ถ้าเป็นสินค้าที่เปราะแตกง่าย ต้องใช้วัสดุหีบห่อ เช่น บับเบิ้ล โฟม เสริมด้วยเพื่อป้องกันของแตกหัก เสียหาย
3. เช็คราคา โดยวิธีคิด คือ คิดจากน้ำหนักสินค้ารวมกล่องที่ชั่งได้ เปรียบเทียบกับน้ำหนักของปริมาตรกล่อง วิธีคิดน้ำหนักจากปริมาตรกล่อง คือ ให้นำความกว้าง x ความยาว x ความสูง ของกล่อง มาหารด้วย 5000 ค่าไหนได้มากกว่า ให้ใช้ค่าน้ำหนักนั้นมาคิดราคา
การส่งของ แบบ Door to Door ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สมควรแนะนำและเล่าสู่กันฟัง คือ
1. เลือกประเภทบริการขนส่ง เป็นการส่งด่วนแบบประหยัด (Economy express) ซึ่งจะถึงผู้รับปลายทางช้ากว่าส่งด่วนแบบปกติ (Express) ประมาณ 2-3 วันทำการ แต่ราคาค่าขนส่ง จะถูกลง
2. แพ็คสินค้าอย่างชาญฉลาด จัดเรียงสินค้าให้ดี และเลือกขนาดกล่องให้พอเหมาะ อย่าให้หลวมเกินไปเพราะการส่งของไปต่างประเทศจะคิดราคาค่าส่งโดยเปรียบเทียบจากน้ำหนักกล่องที่ชั่งได้จริง กับน้ำหนักปริมาตรของกล่องที่วัดได้
3. ใช้วิธีเปรียบเทียบราคา เช็คราคาจากบริษัทขนส่งหลายๆบริษัท รวมไปถึงตัวแทนขนส่งต่างๆ ด้วย ซึ่งตัวแทนขนส่งมักจะมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ หรือให้ส่วนลดที่สามารถต่อรองได้
การส่ง อาหารและยาไปอเมริกา นั้นมีข้อจำกัดในการส่งออก สามารถตรวจสอบตามข้อมูลด้านล่าง
**ขอบคุณข้อมูลจาก DHL

บางท่านสงสัยและไม่เข้าใจ ขออธิบายให้กระจ่างดังนี้
การส่งสินค้าทางอากาศไปต่างประเทศ เค้าจะมีหลักการชั่ง คือ ต้องชั่งน้ำหนักทั้ง 2 แบบ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อย่างไหนน้ำหนักมากกว่า ก็จะใช้น้ำหนักนั้นเป็นตัวคิดราคาค่าขนส่ง
วิธีชั่งน้ำหนัก 2 แบบ คือ
วิธีที่ 1
เมื่อแพ็คสินค้าใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว ให้ชั่งตามน้ำหนักจริง
วิธีที่ 2
เมื่อแพ็คสินค้าใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว ให้ชั่งตามน้ำหนักปริมาตรกล่อง คือ วัดขนาดของกล่อง ‘กว้าง x ยาว x สูง’ แล้วมาหารด้วย 5000 ตัวเลขออกมาเท่าไหร่ นั่นคือ น้ำหนักตามปริมาตรของกล่อง
จากนั้นให้เอา 2 น้ำหนักมาเทียบกันตัวเลขอะไร มากกว่าต้องใช้ตัวนั้นมาคิดค่าขนส่ง
ดังนั้น หมอนที่มีน้ำหนักเบาแต่รูปทรงกว้างใหญ่ ฟู เปลืองพื้นที่ เมื่อชั่งแล้ว ได้น้ำหนักปริมาตรมากกว่าน้ำหนักจริง จึงต้องคิดน้ำหนักตามขนาดปริมาตรที่วัดได้
หลักการคิดนี้ เป็นหลักสากลที่ทุกๆบริษัทขนส่งจะต้องยึดปฎิบัติตาม
ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดอีกทีในเวปของเราก็ได้ หรือต้องการคำแนะนำอื่นๆ เรายินดีอย่างยิ่ง