เกร็ดความรู้ นานาสาระ

ข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไป

ในการส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยใช้บริการผ่านตัวแทนผู้ให้บริการ  ส่งอย่างไรไม่ให้ถูกหลอกจากมิจฉาชีพที่อาจเข้ามาสวมรอย

ปัจจุบันไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจย่ำแย่ มิจฉาชีพเพิ่มขึ้นซึ่งมักจะแฝงตัวหลอกลวงผู้บริโภคในหลากหลายรูปแบบ
 
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยใช้บริการผ่านตัวแทนผู้ให้บริการขนส่ง ก็สามารถทำได้เช่นกัน  ตัวแทนหรือผู้ให้บริการขนส่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้า (ผู้ส่ง) กับบริษัทขนส่ง ดูแลการจัดส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยโดยผู้ส่งไม่ต้องยุ่งยากไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีเป็นสมาชิกก็สามารถส่งได้ ไม่มีความรู้ด้านการส่งออก หรือกรอกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษไม่คล่อง ก็ไม่ต้องกังวลเพราะตัวแทนจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ เช่น กรอกข้อมูลลงในใบตราส่งสินค้า (Air waybill) เขียนรายละเอียดสินค้าในใบแสดงรายการสินค้า (Commercial invoice) ตามข้อมูลที่ผู้ส่งบอก หรือถ้าต้องการทำประกัน ตัวแทนผู้ให้บริการก็ทำให้ได้เช่นเดียวกัน
 
เพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงจากพวกมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัว สวมรอยเข้ามาในรูปแบบของตัวแทนให้บริการ ทำให้ผู้ส่งหลงเชื่อ เสียรู้ ถูกหลอกให้เสียเงินค่าขนส่งหรือค่าอื่นๆอีกเยอะแยะ สุดท้ายพัสดุอาจไม่ได้ส่งออกจริง
 
ผู้ใช้บริการส่งของผ่านตัวแทนจึงต้องพิจารณาคุณสมบัติของตัวแทนให้ดีด้วย
6 คุณลักษณะอันพึงมีของตัวแทน ที่ผู้ส่งควรเช็คก่อนใช้บริการ คือ
 
1. การให้บริการขนส่งถือเป็นการประกอบธุรกิจประเภทหนึ่ง ดังนั้น ตัวแทนหรือผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ควรต้องจดทะเบียนในรูปแบบของนิติบุคคล
2. ตัวแทนหรือผู้ให้บริการต้องมีตัวตนจริง ดังนั้นจึงต้องมีหลักแหล่งที่อยู่แน่นอน เช่น ที่ตั้งบริษัท หรือ มีหน้าร้านให้ลูกค้าเห็นชัดเจน สามารถเยี่ยมชม หรือเดินเข้าไปใช้บริการได้
3. ตัวแทนหรือผู้ให้บริการต้องเปิดบัญชี เป็นสมาชิกกับบริษัทขนส่งจริง โดยผู้ส่งสามารถเอาชื่อบริษัทตัวแทนนั้นไปเช็คกับบริษัทขนส่งได้เพื่อความมั่นใจในการส่งของ
4. ตัวแทนหรือผู้ให้บริการต้องสามารถออกเอกสารการขนส่งที่เรียกว่าใบตราส่งสินค้า (Air waybill) ให้กับลูกค้าได้ทันทีเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในการส่งพัสดุอย่างถูกต้อง
5. เมื่อส่งเสร็จ ผู้ส่งของต้องได้รับใบ Air waybill  ที่แสดงหมายเลข tracking number ของพัสดุนั้นซึ่งผู้ส่งสามารถเอา tracking number ไปเช็คสถานะพัสดุได้ด้วยตัวเอง
6. ตัวแทนหรือผู้ให้บริการต้องสามารถออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าได้

ข้อแนะนำสำหรับร้านรับส่งพัสดุให้ปลอดภัย ในช่วงโควิด19  รับ-ส่งพัสดุอย่างไร ให้ปลอดภัยในช่วงโควิด19

1. ตรวจคัดกรองผู้ใช้บริการด้วยการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ
2. โต๊ะ เก้าอี้ที่เป็นจุดบริการลูกค้าต้องเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
3. บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับลูกค้า
4. ทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวสัมผัสภายในสถานที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช็ดถูอย่างน้อยทุกๆชั่วโมง
5. พนักงานให้บริการลูกค้า ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะปฏิบัติงาน 
6. สนับสนุนให้ลูกค้าเลือกวิธีการชำระค่าขนส่งด้วยการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อเลี่ยงการสัมผัสมากที่สุด

คำแนะนำ  การส่งของไปต่างประเทศโดย UPS  DHL  ส่งอย่างไรให้ถึงมือผู้รับ โดยไม่มีปัญหา

3 หลักปฏิบัติง่ายๆ ในการส่งของไปต่างประเทศไปกับ UPS  DHL ให้ถึงมือผู้รับโดยไม่มีปัญหา

1. ตัวสินค้า  ต้องไม่เป็นสินค้าห้ามส่ง
2. การแพ็คของ ต้องแพ็คอย่างดี กล่องอยู่ในสภาพแข็งแรง ขนาดกล่องต้องไม่เกินตามที่ UPS  DHL  กำหนด  ถ้าเป็นสินค้าแตกหักง่าย ต้องใช้วัสดุหีบห่อเสริม เช่น พลาสติกกันกระแทก โฟม หรือ การตีลังไม้ เพื่อป้องกันสินค้าเสียหาย
3. การเขียนรายการสินค้าลงในใบแสดงรายการสินค้า (Invoice) ต้องลงรายละเอียดประเภทของสินค้า ทำด้วยอะไร ผลิตที่ไหน มูลค่าของสินค้าต่อชิ้น และจำนวนสินค้า ให้ถูกต้องชัดเจนและเป็นข้อเท็จจริง

คำแนะนำ  การส่งของไปต่างประเทศสำหรับมือใหม่  หรือผู้เริ่มใช้บริการ UPS  DHL  Fedex

ในการส่งของไปต่างประเทศ ให้ผู้เริ่มธุรกิจพิจารณา ดังนี้

1. เช็คสินค้า เช็คให้แน่นอนว่าของที่จะส่งเป็นสินค้าที่มีข้อกำหนดห้ามส่งไปที่ประเทศปลายทางหรือเปล่า
2. แพ็คสินค้า จัดเรียงสินค้าลงกล่องอย่างดี ถ้าเป็นสินค้าที่เปราะแตกง่าย ต้องใช้วัสดุหีบห่อ เช่น บับเบิ้ล โฟม เสริมด้วยเพื่อป้องกันของแตกหัก เสียหาย
3. เช็คราคา โดยวิธีคิด คือ คิดจากน้ำหนักสินค้ารวมกล่องที่ชั่งได้ เปรียบเทียบกับน้ำหนักของปริมาตรกล่อง วิธีคิดน้ำหนักจากปริมาตรกล่อง คือ ให้นำความกว้าง x ความยาว x ความสูง ของกล่อง มาหารด้วย 5000 ค่าไหนได้มากกว่า ให้ใช้ค่าน้ำหนักนั้นมาคิดราคา

เคล็ดลับที่ไม่ควรลับสำหรับ การส่งของแบบ Door to Door ไปต่างประเทศให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด

การส่งของ แบบ Door to Door ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สมควรแนะนำและเล่าสู่กันฟัง คือ

1. เลือกประเภทบริการขนส่ง เป็นการส่งด่วนแบบประหยัด (Economy express) ซึ่งจะถึงผู้รับปลายทางช้ากว่าส่งด่วนแบบปกติ (Express) ประมาณ 2-3 วันทำการ แต่ราคาค่าขนส่ง จะถูกลง
2. แพ็คสินค้าอย่างชาญฉลาด จัดเรียงสินค้าให้ดี และเลือกขนาดกล่องให้พอเหมาะ อย่าให้หลวมเกินไปเพราะการส่งของไปต่างประเทศจะคิดราคาค่าส่งโดยเปรียบเทียบจากน้ำหนักกล่องที่ชั่งได้จริง กับน้ำหนักปริมาตรของกล่องที่วัดได้

3. ใช้วิธีเปรียบเทียบราคา เช็คราคาจากบริษัทขนส่งหลายๆบริษัท รวมไปถึงตัวแทนขนส่งต่างๆ ด้วย ซึ่งตัวแทนขนส่งมักจะมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ หรือให้ส่วนลดที่สามารถต่อรองได้

ความรู้เรื่องส่งออก  ส่งอาหาร และยาไปอเมริกา

การส่ง อาหารและยาไปอเมริกา นั้นมีข้อจำกัดในการส่งออก สามารถตรวจสอบตามข้อมูลด้านล่างส่งอาหารและยาไปอเมริกา
**ขอบคุณข้อมูลจาก DHL

เอาให้ชัด !!  รายการสิ่งของต้องห้ามในการส่งพัสดุไปต่างประเทศ แบบลงรายละเอียด เข้าใจง่าย

1. สิ่งมีชีวิตทุกชนิด คน สัตว์ รวมไปถึง อวัยวะ เนื้อเยื่อ ของเหลวในร่างกาย ซาก หรือเถ้ากระดูก
2. สิ่งของ ที่เป็นวัตถุดิบอันตราย เช่น สารเคมี วัตถุไวไฟ ไฟแช็ค แก๊สไฟแช็ค
3. อาวุธ ของมีคม กระสุน ดินระเบิด กล้องเล็ง ปืนลม ปืนช็อตไฟฟ้า ปืนพลาสติก ดาบ กระบี่ มีดที่ใช้เป็นอาวุธได้ *ยกเว้นมีดทำครัว
4. ยาเสพติดทุกชนิด
5. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เสื้อผ้า ซีดี สินค้าลอกเลียนแบบจากสินค้าแบรนด์เนม
6. รูปปั้นที่เกี่ยวกับศาสนาวัฒนธรรม เช่น พระพุทธรูป เทวรูป วัตถุโบราณ
7. สิ่งลามก อนาจารในรูปแบบต่างๆ 
8. ของเหลว เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สินค้าที่เน่าเสียง่าย อาหาร *อาหารบางประเภทสามารถส่งได้ในบางประเทศ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศนั้น
9. พืช เมล็ดพันธุ์ ยาสูบ บุหรี่ ยารักษาโรค เครื่องสำอาง
10. ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆที่ไม่ใช่ แพะ แกะ วัว หมู หนังสัตว์ที่ยังไม่ได้ฟอก รวมไปถึงหนังสัตว์หายาก หรือต้องห้าม เช่น ขนสัตว์ งาช้าง ขน เขา นอ กระดูก กระดองเต่า
11. อัญมณี โลหะที่มีมูลค่าสูง เช่น เพชร พลอย ไพลิน หยก ฯลฯ
12. งานศิลปะมีค่า แสตมป์สะสม อากรแสตมป์ เงินสด ธนบัตรทุกสกุล ตั๋วแลกเงิน เอกสารอนุมัติการเงินจากธนาคารที่มีกำหนดเวลา
13. พาสปอร์ตปลอม (**พาสปอร์ตจริง สามารถส่งได้กรณีส่งไปที่สถานทูตเท่านั้น)
14. ที่อยู่ผู้รับที่เป็นรหัสตู้ไปรษณีย์ทางราชการทหาร

คำถามยอดฮิต  ส่งหมอนไปต่างประเทศ ทำไมค่าขนส่งถึงได้แพงทั้งๆที่น้ำหนักเบา ??

บางท่านสงสัยและไม่เข้าใจ ขออธิบายให้กระจ่างดังนี้

การส่งสินค้าทางอากาศไปต่างประเทศ เค้าจะมีหลักการชั่ง คือ ต้องชั่งน้ำหนักทั้ง 2 แบบ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อย่างไหนน้ำหนักมากกว่า ก็จะใช้น้ำหนักนั้นเป็นตัวคิดราคาค่าขนส่ง

วิธีชั่งน้ำหนัก 2 แบบ คือ

วิธีที่ 1

เมื่อแพ็คสินค้าใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว ให้ชั่งตามน้ำหนักจริง

วิธีที่ 2

เมื่อแพ็คสินค้าใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว ให้ชั่งตามน้ำหนักปริมาตรกล่อง คือ วัดขนาดของกล่อง ‘กว้าง x ยาว x สูง’ แล้วมาหารด้วย 5000 ตัวเลขออกมาเท่าไหร่ นั่นคือ น้ำหนักตามปริมาตรของกล่อง

จากนั้นให้เอา 2 น้ำหนักมาเทียบกันตัวเลขอะไร มากกว่าต้องใช้ตัวนั้นมาคิดค่าขนส่ง

ดังนั้น หมอนที่มีน้ำหนักเบาแต่รูปทรงกว้างใหญ่ ฟู เปลืองพื้นที่ เมื่อชั่งแล้ว ได้น้ำหนักปริมาตรมากกว่าน้ำหนักจริง จึงต้องคิดน้ำหนักตามขนาดปริมาตรที่วัดได้

หลักการคิดนี้ เป็นหลักสากลที่ทุกๆบริษัทขนส่งจะต้องยึดปฎิบัติตาม

ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดอีกทีในเวปของเราก็ได้ หรือต้องการคำแนะนำอื่นๆ เรายินดีอย่างยิ่ง